ศึกษาความแตกต่างของเครื่องปั่นผลไม้แต่ละประเภท

ต้องยอมรับว่าในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เครื่องปั่นผลไม้เป็นตลาดที่เติบโตมากที่สุดอีกชนิดหนึ่งของวงการธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า สืบเนื่องมาจากเทรนด์รักสุขภาพที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว จนเกิดเป็นกระแสที่ทำให้มนุษย์หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพกันเพิ่มขึ้นไปทั่วโลก จึงเกิดการแข่งขันทางการตลาดสูง บรรดาผู้ผลิตเครื่องปั่นจึงทำการออกแบบและพัฒนาทั้งรูปลักษณ์ภายนอก ,ฟังก์ชันการใช้งาน และโปรโมชั่นต่างๆมาใช้จูงใจผู้บริโภคออกมาหลากหลายรูปแบบ โดยสามารถแบ่งออกเป็นประเภทตามลักษณะการใช้งานได้เป็น 4 ประเภท แต่ก็ยังมีผู้บริโภคบางคนยังไม่รู้เลยว่าเครื่องปั่นผลไม้ในแต่ละประเภทนั้น มีความแตกต่างกันอย่างไร ประเภทไหนเหมาะกับการใช้งานแบบใด ด้วยเหตุนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูลเครื่องปั่นผลไม้แต่ละประเภทเบื้องต้น มาอธิบายเป็นความรู้พอสังเขปให้ผู้บริโภคได้ศึกษา และพิจารณานำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อ ดังต่อไปนี้

เครื่องปั่นผลไม้ แบบโถตั้งโต๊ะ หรือแบบเคาน์เตอร์

เครื่องปั่นประเภทนี้เป็นเครื่องปั่นที่ได้รับความนิยมใช้จากผู้บริโภคมากที่สุดอีกรุ่นหนึ่ง สามารถพบเห็นได้ตามร้าค้า หรือตามครัวเรือนทั่วๆไป มีอุปกรณ์ที่ต้องประกอบเข้าด้วยกันเพื่อทำให้เครื่องปั่นทำงานได้ ประกอบไปด้วย

ลักษณะของเครื่อง

  • ส่วนของฐานมอเตอร์ด้านล่าง ที่มาพร้อมกับปุ่มควบคุมการทำงานของตัวเครื่องทั้งหมด รวมถึงสวิทซ์เปิด – ปิดเครื่อง และปลั๊กเสียบ
  • โถปั่นด้านบนที่ทำหน้าที่สำคัญในการบรรจุ หรือรองรับวัตถุดิบที่ต้องการนำมาปั่น ด้านใต้ภายในโถปั่นจะมีใบมีดสแตนเลสติดตั้งอยู่ เพื่อทำหน้าที่บด, สับวัตถุดิบให้แหลกละเอียด
  • ฝาปิดจะทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้สิ่งแปลกปลอมด้านนอกตกเข้าไปสู่ด้านในของโถปั่นได้ และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้วัตถุดิบที่กำลังทำการปั่นอยู่ด้านในโถปั่นหกกระเด็นออกมายังภายนอกเช่นเดียวกัน ซึ่งก่อนเริ่มเปิดเครื่องใช้งานเครื่องปั่นทุกครั้ง ผู้ใช้จะต้องทำการปิดฝาด้านบนของโถปั่นให้แนบสนิท ต้องมั่นใจว่าเมื่อเครื่องเริ่มทำงาน ฝาด้านบนจะไม่หลุดหรือขยับออกได้
  • ไม้กวนเป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ที่รูเสียบด้านบนฝาปิด มีไว้สำหรับให้ผู้ใช้กวน หรือคนวัตถุดิบด้านในโถปั่นให้ผสมเข้ากันไวขึ้น เป็นตัวช่วยให้ใบมีดและมอเตอร์ทำงานได้ราบรื่น ช่วยยืดอายุการใช้งาน

ข้อดี

  • สามารถบรรจุวัตถุดิบที่ต้องการปั่นละเอียดได้ในปริมาณมาก(ขึ้นอยู่กับขนาดของโถปั่น)
  • สามารถหาซื้อได้ง่าย ราคาถูก และมีการใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
  • สามารถบด สับวัตถุดิบที่มีลักษณะค่อนข้างแข็ง หรือผักผลไม้ที่มีกากใยได้ เช่น เกล็ดน้ำแข็งเล็กๆ ,แอปเปิ้ล ,มะละกอ เป็นต้น
  • อุปกรณ์สามารถถอดนำมาเช็ดล้างทำความสะอาดง่าย

ข้อเสีย

  • มีเสียงมอเตอร์ขณะเปิดเครื่องใช้งานค่อนข้างดัง
  • ขนาดของตัวเครื่องค่อนข้างใหญ่, น้ำหนักเยอะ, มีอุปกรณ์หลายชิ้น จึงทำให้ไม่สะดวกต่อการเคลื่อนย้ายและใช้พื้นที่ในการจัดเก็บเยอะ เปลืองพื้นที่

เครื่องปั่นผลไม้ แบบโถตั้งโต๊ะ หรือแบบเคาน์เตอร์กำลังสูง หรือ เครื่องปั่นสมูทตี้

เครื่องปั่นประเภทนี้เป็นเครื่องปั่นที่มีรูปแบบ รวมทั้งอุปกรณ์ที่คล้ายคลึงกันกับเครื่องปั่นผลไม้แบบตั้งโต๊ะทั่วไป แต่จุดที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนเลยก็คือ กำลังการหมุนของมอเตอร์ที่มีขุมพลังการหมุนต่อรอบมากถึงประมาณ 1000 – 10000 รอบต่อนาทีเลยทีเดียว และมีฟังก์ชันการทำงานทรงประสิทธิภาพมากกว่า สามารถบดสับวัตถุดิบได้ทุกประเภท ยกตัวอย่างเช่น ผักผลไม้ที่มีกากใยสูง ,เกล็ดน้ำแข็ง ,ผลไม้แช่แข็ง หรือแม้กระทั่งเนื้อสัตว์ที่มีความเหนียว เป็นต้น

ข้อดี

  • สามารถบรรจุวัตถุดิบที่ต้องการปั่นละเอียดต่อการทำงาน 1 ครั้ง ได้ในปริมาณที่มากขึ้น สามารถทำเมนูเครื่องดื่มสมูทตี้ได้มากถึง 4 แก้วในคราวเดียว
  • สามารถหาซื้อได้ง่าย ราคาถูก และมีการใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
  • สามารถบด สับวัตถุดิบที่มีลักษณะแข็ง หรือผักผลไม้ที่มีกากใยสูงได้ เช่น ต้นอ่อนข้าวสาลี ,ผักผลไม้แช่แข็ง ,เนื้อสัตว์ เป็นต้น
  • ใช้เวลาในการทำงานต่อครั้งค่อนข้างน้อย ประหยัดเวลาการทำงาน
  • อุปกรณ์สามารถถอดนำมาเช็ดล้างทำความสะอาดง่าย

ข้อเสีย

  • มีเสียงมอเตอร์ขณะเปิดเครื่องใช้งานดังกว่าเครื่องปั่นผลไม้แบบตั้งโต๊ะทั่วไป
  • ขนาดของตัวเครื่องค่อนข้างใหญ่ ,น้ำหนักเยอะ ,มีอุปกรณ์หลายชิ้น ใช้พื้นที่ในการจัดเก็บและพื้นที่ใช้งานเยอะ เปลืองพื้นที่
  • ด้วยระบบการทำงานของมอเตอร์ที่มีกำลังหมุนสูง จึงส่งผลให้มีราคาสูงขึ้นตามไปด้วย

เครื่องปั่นผลไม้แบบหัวกระสุน

เป็นเครื่องปั่นที่มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายหรือจัดเก็บสะดวก เครื่องปั่นประเภทนี้ประกอบด้วยตัวฐานมอเตอร์ด้านล่างขนาดเล็ก มีปุ่มควบคุมการทำงานของตัวเครื่องทั้งหมด โถปั่นทรงกระบอกด้านบน มีทั้งแบบทรงกระบอกสั้นแบบพกพา และแบบทรงกระบอกสูงบรรจุวัตถุดิบได้ปริมาณมากหลากสีสันให้เลือกใช้ โดยโถปั่นที่อยู่ด้านบนเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการปั่น สามารถถอดออกมาเป็นแก้วสำหรับดื่มได้เลยทันที หรือจะนำมาปิดฝาเกลียวด้านบน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถพกพาไปยังสถานที่ต่างๆได้โดยไม่ให้หกเลอะเทอะ

ข้อดี

  • ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก กะทัดรัด ประหยัดพื้นที่ใช้งานและพื้นที่ในการจัดเก็บ
  • ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อไปใช้งานทำเครื่องดื่มโดยเฉพาะ เพราะสามารถดื่มได้ทันทีเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการปั่น

ข้อเสีย

  • เนื่องจากตัวเครื่องมีขนาดเล็ก จึงทำให้มีข้อจำกัดการใช้งานค่อนข้างเยอะ เช่น ปั่นวัตถุดิบที่มีขนาดใหญ่ไม่ได้ ,ไม่สามารถปั่นวัตถุดิบที่มีกากใยสูง หรือแข็งได้ เป็นต้น
  • ในการทำงาน 1 ครั้ง สามารถทำเครื่องดื่มได้เพียงแก้วเดียว
  • โอกาสที่วัตถุดิบภายในรั่วไหลออกมาด้านนอกค่อนข้างสูง เพราะการวางโถปั่นอยู่ในลักษณะคว่ำลง

เครื่องปั่นผลไม้แบบจุ่ม หรือแบบมือจับ

เป็นเครื่องปั่นที่มีขนาดเล็ก และมีลักษณะการใช้งานแตกต่างกว่ารูปแบบอื่นที่กล่าวมา เครื่องปั่นรูปแบบนี้มีความสามารถการทำงานที่เอนกประสงค์กว่าเครื่องปั่นรูปแบบอื่น หัวปั่นที่มีลักษณะเป็นแท่งยาวสามารถยก หรือเคลื่อนย้ายนำไปใช้งาน ณ สถานที่ใดก็ได้ มีน้ำหนักเบา พกพาสะดวก สามารถนำหัวปั่นไปใช้งานกับภาชนะอื่นได้ เช่น ชามผสมอาหาร ,แก้วทรงกระบอก เป็นต้น เพียงแค่ภาชนะใส่วัตถุดิบนั้นๆมีความกว้างมากพอให้หัวปั่นจุ่มลงไปทำงานได้เท่านั้น ช่วยแก้ปัญหากรณีที่ภาชนะบรรจุวัตถุดิบมีน้ำหนักมากจนไม่สามารถเคลื่อนย้ายมาบดละเอียดยังเครื่องปั่นได้ เมื่อเรามีเครื่องปั่นแบบจุ่ม เราเพียงแค่นำตัวหัวปั่นไปใช้งานยังภาชนะที่บรรจุวัตถุดิบนั้นจนสำเร็จได้

ข้อดี

  • ตัวเครื่องมีขนาดเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาสะดวก สามารถนำไปใช้งานนอกสถานที่ได้
  • สามารถหาซื้อได้ง่าย ราคาถูกกว่าเครื่องปั่นประเภทอื่น
  • สามารถทำงานร่วมกับภาชนะอื่นๆที่สามารถจุ่มหัวปั่นลงไปได้ เช่น ชามผสมอาหาร ,แก้วทรงกระบอก เป็นต้น
  • สามารถถอดนำมาเช็ดล้างทำความสะอาดง่าย

ข้อเสีย

  • มีเสียงมอเตอร์ขณะเปิดเครื่องใช้งานค่อนข้างดัง
  • ขณะเปิดเครื่องใช้งานจะเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ส่งถึงกล้ามเนื้อแขนของผู้ใช้โดยตรง อาจทำให้เกิดความเมื่อยล้าของท่อนแขนได้
  • สามารถบดสับวัตถุดิบที่มีลักษณะค่อนข้างอ่อนได้เท่านั้น

จากข้อมูลข้างต้นที่ได้กล่าวอธิบายรายละเอียดของเครื่องปั่นผลไม้แต่ละประเภทแบบพอสังเขปเอาไว้นั้น จะเห็นได้ว่าเครื่องปั่นแต่ละประเภทมีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน ซึ่งผู้ผลิตมีจุดประสงค์ที่จะผลิตเครื่องปั่นให้ออกมามีการใช้งานที่เจาะจงการทำงานเฉพาะให้เป็นไปในแต่ละประเภท สาเหตุที่ไม่ทำให้ในเครื่องปั่น 1 เครื่องมีฟังก์ชั่นการใช้งานทั้งหมดรวมอยู่ในเครื่องเดียวก็เพราะ

  • ทำให้มีราคาที่สูงมาก
  • เกรงว่าการทำงานหลายๆฟังก์ชันในเครื่องเดียวจะทำให้เครื่องปั่นทำงานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการทำงานเฉพาะที่เหมาะสมเพียงอย่างเดียวได้
  • ฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย ,การหมุนของมอเตอร์กำลังสูง และราคาที่จ่ายมากขึ้นหลายเท่าตัว อาจทำให้ผู้ใช้หลายคนที่ซื้อไปใช้งาน รู้สึกถึงการใช้งานไม่คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มีฟังก์ชันการทำงานที่ไม่เหมาะสมกับรูปแบบการใช้งานของผู้ใช้นั่นเอง
  • ไม่สามารถดึงเอาประสิทธิภายการทำงานของตัวเครื่องออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่

นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ใช้ควรเลือกซื้อเครื่องปั่นที่เหมาะสมกับการใช้งานของเรามากที่สุดดีกว่า เมื่อใช้งานต้องทำให้รู้สึกว่าคุ้มค่ากับการแลกมา นั่นถึงจะเป็นเครื่องปั่นที่ดีที่สุดสำหรับเรา